แชร์ประสบการณ์ ระบบกันขโมยในบ้าน

แชร์ประสบการณ์ ระบบกันขโมยในบ้าน

แชร์ประสบการณ์ ระบบกันขโมยในบ้าน

วันนี้ผมขอเขียนเล่าแชร์ประสบการเรื่องเกี่ยวกับระบบกันขโมยกันอีกสักรอบก็แล้วกัน จริงๆผมก็เคยเขียนไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอดีเมื่อวานมีคนโทรมาหาผมค่อนข้างเยอะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องระบบกันขโมยในบ้านที่ผมเคยเล่าผ่านหน้าเว็บไป ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ขายนะครับ แล้วผมก็ไม่ใช่เจ้าหน้าด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบกันขโมย ผมก็แค่คนใช้งานทั่วไปคนหนึ่งที่พอจะมีประสบการณ์มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังได้ เพราะตัวผมเองได้มีโอกาสใช้เครื่องกันขโมยในบ้านมาหลายรุ่น ตั้งแต่สมัยรุ่นเดินสาย จนมาถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่แบบไร้สาย วันนี้เลยถือโอกาสอัพเดท เทคโนโลยีระบบกันขโมยในบ้านไปพร้อมกันเลยก็แล้วกันเพราะช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน ระบบกันขโมยในบ้านสมัยนี้มันพัฒนาไปเร็วมาก

ทำไมต้องติด จำเป็นเปล่า?

เป็นคำถามที่เจอประจำ ผมเองก็เคยถามตัวเองอยู่บ่อยๆ เราต้องยอมรับครับว่าเมืองไทยคนให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยน้อยมาก ถ้าไม่บังคับกันจริงๆก็พยายามหลีกเลี่ยง ดังสำนวนไทยวัวหายล้อมคอก ในอเมริกาอย่างที่ทราบกันเค้าให้ความสำคัญของชิวิตและทรพย์สินมากกว่าเราเยอะ แค่คนข้ามถนนแล้วล้ม โทรเรียกรถพยาบาลแป๊บเดียวก็มาแล้ว ระบบกันขโมยในปัจจุบันหากเอายี่ห้อดีๆราคามันก็ยังถือว่าแพงอยู่ ( ไม่นับพวกโนเนมแพ๊คเป็นห่อขาย ) ดังนั้นหลายๆคนมองข้ามไปบอกว่าเปลือง มีแค่เหล็กดัดก็พอแล้ว แต่ความจริงแล้วเหล็กดัดทั่วไป งัดไม่ถึง 2 นาทีก็หลุดหมดแล้ว

ติดระบบกันขโมยแล้วช่วยอะไรได้บ้าง

1.อุ่นใจ แน่นอนว่าก่อนนอนมันจะเช็คหมดว่าประตูหน้าต่างในบ้านเราทุกบานปิดหมด หากมีใครเปิดหรืองัดมันก็ร้องทันที
2. กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในบ้านไม่ต้องตะโกนร้องเรียกชาวบ้าน เพียงกดปุ่มฉุกเฉินสัญญาณทั้งบ้านก็ร้องแล้ว
3. กรณีเกิดเหตุเราสามารถ Log in เข้ามาดูจากกล้องในบ้านได้ กรณีหากติดแบบมีกล้อง
4. เครื่องจะโทรแจ้งเราหากเกิดเหตุ
5. พ่วงกับระบบป้องกันไฟไหม้ได้ หากเกิดควันไฟมันจะโทรแจ้งเรา
6. สามารถพ่วงกับระบบ GSM ได้ กรณีโดนตัดสายโทรศัพท์ และมีไฟแบตเตอรี่ Backup กรณีไฟดับ

ผมขอเล่าคร่าวๆดีกว่า หากเอาแบบลงลึกคงไม่ไหว เหมือนกันขี้เกียจพิมพ์เพราะต้องเล่ากันยาว จริงๆระบบกันขโมยสมัยก่อนมันเป็นระบบเดินสายกันเป็นส่วนใหญ่ คือหากบ้านอยู่แล้วคงจะต้องเดินสายแบบสายลอยซึ่งดูแล้วไม่ค่อยสวย แต่ยุคมใหม่เค้าใช้แบบไร้สายกันมากขึ้น แรกๆผมเองก็ไม่ค่อยกล้าใช้เพราะไม่มั่นใจในสัญญาณ ว่ามันจะเสถียรหรือไม่ แต่เท่าที่ลองใช้งานแบบไร้สายมาเกือบปี ผมติดระบบไร้สายไปประมาณ สิบกว่าจุด ยังไม่เคยเจอปัญหาสัญญาณกวนสักครั้งเดียว แม้ในพื้นที่ที่ผมอยู่มันจะมีอุปกรณ์ไร้สาย เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น WiFi โทรศัพท์ 2.4 GHz สัญญาณ X10 และอีกสารพัดเท่าที่จะมีได้ แต่ผมยังไม่เคยเจอปัญหา นอกจากความพิดพลาดที่ลืมปิดสัญญาณก่อนเข้าบ้านแล้วเครื่องมันเลยร้องทำงาน ซึ่งพลาดบ่อยๆก็ไม่ดีอีก เดี๋ยวแถวบ้านเค้าจะหาว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

ระบบสัญญาณกันขโมยยุคปี 2009 มันเป็นยังไง

สำหรับข้อมูลที่ผมเพิ่งไปดูมาหลังจากดูข่าว ช่วงนี้มีแก๊งค์ยกเค้าออกอาละวาดกันใหญ่ อย่างล่าสุดก็อย่างที่เห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ยกเค้าไป 200 ล้าน ผมเองก็ งง เหมือนกันว่าทำไมบ้านระดับท่านมหาเศรษฐีแบบนั้นถึงไม่ติดกันขโมย ผมเชื่อว่าหลายบ้านติดแต่ใช้ยากเลยไม่ค่อยได้ใช้กัน ระบบที่ผมใช้ยังเป็นระบบของปี 2008 อยู่ แม้จะเก่าไปแต่ก็ไม่ตกรุ่น อุปกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ PDA Phone ผมว่าซื้อครั้งเดียวจบ แม้จะตกรุ่นก็ช่างมันเถอะ ! เพราะการทำงานส่วนมากครอบคลุมความปลอดภัยอยู่แล้ว

สำหรับระบบสัญญาณกันขโมยในแบบปี 2009 ( อ้างอิงจากยี่ห้อที่ผมใช้ ) มันจะประกอบไปด้วย

1. กล่องควบคุม เป็นเหมือนหัวใจหลักของเครื่องทุกอย่างจะอยู่ในกล่องนี้ หากกล่องนี้ถูกทำลายทุกอย่างก็จบเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องซ่อนให้ดี

2. รีโมทกันขโมยแบบรถยนต์ เป็นรีโมทเล็กๆ พอเข้ามาในบ้านหรือก่อนออกจากบ้านก็กดเปิดปิดได้ เมื่อกดแล้วจะมีเสียงพูดเป็นภาษาไทย เช่น "เปิดระบบ Away กรุณาออกจากพื้นที่ " หรือหากลืมปิดหน้าต่างก็จะบอกว่า ระบบไม่พร้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ง่ายมากในการใช้งาน

3. สวิทย์แม่เหล็ก เป็นตัวสวืทย์ขนาดเล็กๆ ประมาณเท่าๆกล่องไม้ขีดไฟ แต่เล็กกว่าเอาไปติดตามประตู และหน้าต่าง โดยใส่ถ่านลิเธียมภายในเพื่อส่งสัญญาณไปที่ตัวกล่องควบคุม อายุแบตเตอรี่ประมาณ 2 ปีแล้วค่อยเปลี่ยนถ่าน ถ่านก็ก้อนละร้อยกว่าบาท เมื่อประตูถูกเปิดระบบมันจะส่งสัญญาณบุกรุกไปหาตัวแม่

4. ระบบจับความเคลื่อนไหว ไอ้ตัวนี้แหละ! ที่ต้องระวังหากยี่ห้อไม่ดีพออุณหภูมิเปลี่ยน หรือจิ้งจกไปเกาะมันก็จะร้องกันจ้าหละวั่น มันเป็นจับสัญญาณกรณีมีการเคลื่อนไหวในบ้าน หลายคนส่งสัยแล้วทำไมต้องติด ขโมยก็คือขโมยบางทีมันไม่ได้มีมารยาทเปิดประตูหน้าต่างเข้ามานี่ครับ บางทีมันก็กรีดกระจก ทุบกระจกเข้ามา หรือเปิดฝ้าเพดาน ลงมาจากหลังคา แนะนำติดบริเวณที่ต้องเดินผ่าน เช่นตามโถงบันได

5. PowerLink เป็นเทคโนโลยีใหม่ในระบบกันขโมยที่สามารถเชื่อมต่อระบบกันขโมยเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตสามารถทำให้เราดูความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ต่างๆผ่านกล้องได้ โดยกันขโมยยุคนนี้มันสามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดได้แล้ว PowerLink สามารถควบคุมระบบ ปิด-เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน จากคอมพิวเตอร์ หรือโทรมือถือ สะดวก-เป็นระบเดียวที่สมบูรณ์ 

6. ไซเรน ในกันขโมยปัจจุบันไซเรนก็มีการพัฒนาไปไกล มีแม้กระทั่งไซเรนไร้สาย ซึ่งสามารถนำไปติดตามจุดต่างๆรอบๆบ้านได้กรณีเกิดเหตุ ซึ่งโดยส่วนมากจากประสบการณ์อย่างน้อยเราควรติดไซเรนสักสองตัว คือหน้าบ้านกับหลังบ้าน อยู่ในจุดที่คนเอื้อมไม่ถึง กันขโมยไปตัดระบบเสียง

7. ระบบ GSM ในต่างประเทศก็มีมาสักพักใหญ่ๆแล้วสำหรับเรื่องการเอา SIM ของโทรศัพท์ไปใส่ในเครื่องตัวควบคุมกรณีที่เกิดเหตุแล้วเครื่องก็สามารถโทรออกด้วยสัญญาณมือถือ ซึ่งจะสะดวกสำหรับบ้านที่ไม่มีโทรศัพท์ หรือต่อเข้าถึงตัวระบบยาก ก็ใช้ SIM ของ GSM เสียบไปแทน เดี๋ยวนี้ก็มีโปรโมชั่นบัตรเติมเงินแบบโทรน้อยๆ อยู่ยาว อย่างเช่น โปรโมชั่นแม่ยก ของ AIS ที่โทรออกแพงหน่อย แต่เติมเงินแล้วอยู่ได้นาน เพียงแต่เราต้องคอยเช็คโปรให้ดี จำเวลาให้แน่นอนว่าหมดเมื่อไร แต่หากมีสายโทรศัพท์บ้านก็ใช้สายโทรศัพทืบ้านก็ได้ครับ ระบบแบบ GSM จะช่วยให้เราสามารถสั่งงาน จากโทรมือถือ โดยส่ง SMSและ จะมี SMS ตอบกลับยืนยันทันทีใช้มือถือสั่ง ปิด-เปิด ระบบ ได้

อุปกรณ์หลักๆก็ตามรายละเอียดข้างต้นนั่นหละครับ เดี๋ยวนี้กันขโมยยุคใหม่ฉลาดมากสามารถต่อพ่วงอุปกรณ์ได้เยอะ แต่หากใครไม่ชำนาญพวกอุปกรณ์อิเลคโทรนิคผมว่าเอาแค่ระบบพื้นฐานหลักๆก็พอแล้ว สำหรับการเลือกซื้อนั้น คงต้องพิจารณาเรื่องของสัญญาณความแรงของยี่ห้อที่ใช้ด้วย ถ้าทางที่ดีให้บริษัทเค้ามาเทสให้ดูก่อนก็ดี โดยเฉพาะพวกตึกแถวว่าสัญญาณส่งถึงทั่วหรือไม่ แต่หากเป็นบ้านสองชั้นส่วนมากก็ได้หมดอยู่แล้ว


ข้อพิจารณาในการเลือก

เรื่องนี้พูดยากนะครับว่าจะยี่ห้อไหนดี แต่ผมฟันธงให้เลยว่าเลือกแบบไร้สายดีที่สุด เพราะแบบมีสายผมเองปัจจุบันก็ใช้อยู่แต่ปัญหามันเยอะ แม้ตัวยี่ห้อมันดี แต่ช่างคนเดินสายไม่เก่งปัญหาเลยตามมาไม่รู้จักจบ แต่อีกสถานที่ผมใช้แบบไร้สายปัญหาน้อยกว่ามากทีเดียว เรียกได้ว่าไม่เคยเจอปัญหาเลยก็ว่าได้ สำหรับยี่ห้อในตอนนี้มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก แต่หากจะเลือกแบบไร้สายควรเลือกแบบแพงหน่อยเอาแบบมียี่ห้อไม่งั้นรับรองว่ากวนกันจนต้องเลิกใช้แน่ๆ พวกแบบเมืองจีนโนเนมผมว่าอย่าเสี่ยงดีกว่า ติดกันขโมยต้องเลือกบริษัทที่น่าไว้ใจเพราะเราต้องใช้บริการหลังจากขายกับเค้าด้วย ผมเชื่อว่าหลายคนต้องถามแน่ว่าแล้วของผมใช้ยี่ห้ออะไร ผมใช้ยี่ห้อ Visonic ครับ ตอนแรกว่าจะสั่งซื้อมาติดเองจากต่างประเทศ แต่พอศึกษาข้อมูลแล้วรุ่นของในเมืองไทยเป็นคนละความถี่กัน ในเมืองไทยเราเป็นรุ่นเฉพาะเพราะว่า อย่างที่ทราบกันว่าในบ้านเรา ในอากาศความถี่มันมั่วกันไปหมด โอกาสกวนมีสูงดังนั้นเลยซื้อของในไทยแทน เพราะมันเป็นความถี่เฉพาะและมีบริการติดตั้งและบริการหลังการขายให้ ส่วนระบบมีสายผมใช้ของยี่ห้อ พรีเมี่ย ของอังกฤษ แต่เท่าใช้เองผมชอบแบบไร้สายมากกว่า เพราะสะดวกและไม่เคยรวนเลยสักครั้ง ตลอด 1 ปีที่ติดมา ส่วนยี่ห้ออื่นๆที่ให้ Link ไปก็ถือว่าเป็นยี่ห้อชั้นนำ คุณภาพโอเค ถูกแพงแตกต่างกันไปตามลูกเล่น 

ประสบการณ์จริงที่เคยเจอ

จริงๆแล้วติดระบบกันขโมยคงไม่มีเจ้าของบ้านรายไหนอยากให้มันแสดงผลงานอย่างแน่นอน เหมือนรถยนต์มี Air Bag ก็คงอยากให้รู้แค่ว่ามี คงไม่ไม่ใครอยากให้ Air Bag ในรถเราโชว์ประสิทธิภาพการทำงานอย่างแน่นอน ตัวผมเองหลังจากใช้พวกระบบพวกนี้มาประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว ผมเจอเหตุการณ์ไปสามครั้ง ทุกครั้งมันช่วย Save ผมได้ทุกครั้ง ส่วนมากขโมยชอบมากลางคืน พอแค่งัดสัญญาณกันขโมยในบ้านก็ร้องทั้งหลัง พร้อมกับตัวระบบควบคุมโทรออกไปยังหมายเลขที่ต้งไว้ 4 หมายเลข แต่ไม่ต้องตั้งให้โทรไปที่โรงพักหรอกครับ ตำรวจเค้าเซ็งแล้ว เจอหลายๆบ้านตั้งหมายเลขโรงพักเอาไว้เวลาเกิดเหตุ บางทีก็แค่เจ้าของบ้านลืมปิดระบบ ส่วนมากตำรวจเค้าไม่ค่อยเชื่อพวกระบบนี้แล้ว ดังนั้นตั้งโทรไปหมายเลขญาติๆหรือระแวกบ้านใกล้เคียงดีกว่า แล้วค่อยให้เค้าโทรบอกตำรวจอีกที

ขโมยส่วนมากที่เข้าบ้านกลางคืนส่วนมากจะมีอาวุธติดตัวอยู่แล้วดังนั้นหากเกิดเหตุจริงๆพอแค่สัญญาณร้องพวกนี้ก็จะวิ่งแล้ว ระบบกันขโมยทุกยี่ห้อไม่มีเจ้าไหนกล้ารับรองว่าขโมยมันจะกลัวแต่มันเป็นอุปกรณ์ที่ผมคิดว่าช่วยเซฟชิวิตและทรัพย์สินได้ดีกว่า ยาม และเหล็กดัด ทำงานไม่เคยอู้ ทำงานไม่มีค่าจ้างรายเดือน ส่วนจะติดหรือไม่นั้น คนส่วนใหญ่ตัดสินใจกันง่ายและรวดเร็วก็ต่อเมื่อ หลังจากเกิดเหตุการณ์ครับ

ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดเป็นประสบการณ์ของผมเอง เอามาแชร์ให้ฟังเพราะว่าเห็นช่วงนี้มีข่าวยกเค้าบ้านเศรษฐี และไม่เศรษฐีกันเยอะ หม้อ ไห กะทะ พี่แกขโมยได้หมด ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ความเห็นส่วนตัวผมเอง ผมว่าถ้าเราพอมีงบประมาณ น่าจะติดระบบพวกนี้ไว้ในบ้านก็ดีครับ ลงทุนกับ PDA Phone เครื่องละเป็นหมื่นมาเยอะแล้ว น่าจะลงทุนกับชิวิตและทรัพย์สินกันบ้างก็ดี ผมเองทั้งที่บ้านและ ออฟฟิศ ก็ติดไว้หมด แม้จะกันไม่ได้ 100% แต่ก็ดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย 

ส่วนเรื่องราคาและ Spec รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ผมว่าลองโทรไปถามกันเองดีกว่าเพราะแต่ละบ้านก็ Spec ไม่เหมือนกันผมคงไม่สามารถให้ข้อมูลตรงจุดนี้ได้

 3920
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์